top of page

การเยือน PIIT และ I2T2 ณ เมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก

การเยือน Research and Technological Innovation Park (PIIT) และ Institute of Innovation and Technology (I2T2) ณ เมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก


เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 นายไพศาล หรูพาณิชย์กิจ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก พร้อมด้วยนายเศรษฐพันธ์ กระจ่างวงษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำกรุงวอชิงตัน เดินทางไปเยือน Research and Technological Innovation Park (PIIT) โดยมี ดร. Jaime Parada ผู้อำนวยการใหญ่ให้การต้อนรับโดยภายในพื้นที่ของ PIIT ซึ่งเทียบได้กับอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ในภาคต่างๆ ของไทย หลายเท่า และเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยของหน่วยงานรัฐบาล และเอกชนของเม็กซิโกหลายหน่วยงาน




คณะได้เข้าพบหารือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนวยโวเลออง (Universidad Autonoma de Nuevo Leon) ซึ่งเป็นมหาวิทยาใต้กำกับของรัฐบาลรัฐนวยโว เลออง ที่มีชื่อเสียงในด้านการแพทย์และชีววิทยาศาสตร์ และวัสดุศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอากาศยานและอวกาศยาน โดยในที่ประชุม อทป.(วต.) ได้บรรยายเกี่ยวกับโครงสร้าง ของ อว. โดยสังเขป และเสนอกิจกรรมแลกเปลี่ยน โดยสำนักงานฯ ได้พิจารณาเลือกมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่เสนอการจับคู่ เนื่องจาก ดร. Parada ได้เคยร่วมโครงการของสำนักงานฯ และเดินทางเข้าไปร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Latin America Connect ที่ห้องประชุมของอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้พาคณะฯ เดินชมศูนย์นวัตกรรม วิจัยและพัฒนา ด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย (CIIDIT) ได้เข้าศึกษาดูงานห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์เครื่องมือและงานวิจัยต่างๆ ที่นักศึกษาและนักวิจัยของมหาวิทยาลัยกำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบัน

Nanotechnology Incubator ของ Institute of Innovation and Technology (I2T2) ดร. Jaime Parada ได้นำคณะเข้าชมศูนย์บ่มเพาะด้านนาโนเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 2 ศูนย์ที่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งมีอุปกรณ์ทันสมัยหลายอย่าง เช่นศูนย์วิจัยพัฒนาด้าน วทน. ของไทย โดยอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ยังคงเป็นการนำเข้าจากประเทศตะวันตกเช่นเดียวกับของไทย


ศูนย์วิจัยของบริษัท Metalsa

Juan Cantú ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าของรถบรรทุกหนักเป็นผู้พาชมและให้คำบรรยาย บริษัท Metalsa เป็นผู้นำด้านการผลิตชิ้นส่วนโครงสร้าง (Chassis) สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล และยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งมีสำนักงานและผู้แทนการค้าอยู่ในอเมริกา เอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย ทั้งนี้ ในปี 2555 ได้สร้างโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทยและเริ่มผลิตโครงสำหรับตัวถังด้านข้างของรถบรรทุกหนัก




พิธีลงนาม MOU ระหว่าง สวทช. และ I2T2 โดยมี ออท ณ กรุงเม็กซิโก และ อทป.(วต) ร่วมเป็นสักขีพยาน



Comments


bottom of page