top of page

เทคโนโลยีออปโตเจเนติกส์ ชนะโนเบลสาขาการแพทย์ 2026

7 hours ago
1 min read


รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ประจำปี 2026 มอบร่วมกันแก่ศาสตราจารย์ Karl Deisseroth จาก Howard Hughes Medical Institute และ Stanford University สหรัฐอเมริกา และศาสตราจารย์ Peter Hegemann จาก Humboldt University of Berlin และศาสตราจารย์ Georg Nagel จาก University of Würzburg ประเทศเยอรมนี จากผลงานด้านการค้นพบเกี่ยวกับช่องไอออนที่ควบคุมด้วยแสงและออปโตเจเนติกส์ (optogenetics) โดยสภาโนเบลแห่งสถาบันคาโรลินสกา (Nobel Assembly at Karolinska Institutet) ประกาศผลรางวัลเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 ทั้งสามจะได้รับเงินรางวัลรวม 12 ล้านโครนาสวีเดน ซึ่งแบ่งเท่า ๆ กัน


สาหร่าย Chlamydomonas รับรู้แสงผ่านจุดรับแสง (eyespot)
สาหร่าย Chlamydomonas รับรู้แสงผ่านจุดรับแสง (eyespot)

ผลงานของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาออปโตเจเนติกส์ (optogenetics) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผสานความรู้ด้านพันธุศาสตร์เข้ากับการใช้แสง เพื่อควบคุมการทำงานของเซลล์ที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเซลล์ประสาท เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้นักวิจัยสามารถกระตุ้นหรือยับยั้งการทำงานของเซลล์ประสาทเฉพาะกลุ่มด้วยแสง และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมของวงจรประสาทกับการทำงานของสมองและพฤติกรรมได้โดยตรง ศาสตราจารย์ Peter Hegemann และศาสตราจารย์ Georg Nagel มีบทบาทสำคัญในการค้นพบและศึกษาคุณสมบัติของแชนเนลโรดอปซิน (channelrhodopsin) ซึ่งเป็นโปรตีนไวต่อแสงที่พบในสาหร่ายเซลล์เดียว โปรตีนดังกล่าวสามารถทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ไอออนผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เมื่อได้รับแสง และต่อมาได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของเครื่องมือทางออปโตเจเนติกส์nจากองค์ความรู้ดังกล่าวศาสตราจารย์ Karl Deisseroth ได้มีบทบาทสำคัญในการนำโปรตีนที่ตอบสนองต่อแสงมาประยุกต์ใช้กับเซลล์ประสาท ทำให้นักวิจัยสามารถกำหนดเป้าหมายเซลล์ประสาทที่ต้องการและควบคุมการทำงานของเซลล์เหล่านั้นด้วยแสงได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำสูง นับเป็นการเปลี่ยนแนวทางการศึกษาระบบประสาทจากการสังเกตการทำงานของสมอง ไปสู่การทดลองที่สามารถควบคุมวงจรประสาทที่กำหนดและทดสอบความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลได้ ออปโตเจเนติกส์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวิจัยด้านประสาทวิทยา ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาบทบาทของวงจรประสาทเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ การเคลื่อนไหว ความจำ อารมณ์ และพฤติกรรม รวมถึงช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกของโรคทางระบบประสาทและจิตเวชหลายประเภท แม้ในปัจจุบันออปโตเจเนติกส์ยังถูกนำมาใช้เป็นหลักในงานวิจัยและยังไม่ใช่วิธีการรักษามาตรฐานทางคลินิก แต่เทคโนโลยีนี้ได้เปิดแนวทางใหม่ในการศึกษาการทำงานของสมอง และอาจนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาโรคทางระบบประสาทและจิตเวชในอนาคต


การควบคุมเซลล์ประสาทด้วยแสงโดยใช้เทคนิคออปโตเจเนติกส์ (optogenetics)
การควบคุมเซลล์ประสาทด้วยแสงโดยใช้เทคนิคออปโตเจเนติกส์ (optogenetics)

ที่มา

Light-seeking algae gave us a switch for nerve cells, https://www.nobelprize.org/prizes/medicine/2026/press-release/



Comments


สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน

Office of Higher Education, Science, Research and Innovation
Royal Thai Embassy, Washington D.C.

2027 All Rights Reserved
+1 (202) 944-5200
ost@thaiembdc.org
facebook.com/ohesdc

 
1024 Wisconsin Ave. NW Suite 104,
Washington D.C 20007
bottom of page