OHESDC เข้าพบหารือ Iowa State University ขยายความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัยและนวัตกรรม
Updated: Sep 21

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน (OHESDC) นำโดยนายฐิติเดช ตุลารักษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) พร้อมด้วย ดร. ศิริพร เต่าแก้ว เจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาฯ ได้เข้าพบหารือกับผู้บริหารและผู้แทนจาก Iowa State University (ISU) ณ เมือง Ames รัฐ Iowa เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ ISU ในด้านการศึกษา การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม ในการหารือ สำนักงานฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Dr. Ann Marie VanDerZanden Associate Provost for Academic Programs เกี่ยวกับศักยภาพของ ISU และแนวทางการพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย โดยเฉพาะการส่งเสริม Student Exchange, Short-term Programs, Graduate Research, Researcher Exchange และการพัฒนาโครงการวิจัยร่วม ตลอดจนแนวทางการจัดทำหลักสูตรหรือเส้นทางการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในสหรัฐอเมริกา


นอกจากนี้ ได้มีการหารือกับ Dr. Peter Dorhout Vice President for Research ถึงระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรมของเมือง Ames ซึ่งมี ISU, ISU Research Park, บริษัท John Deere และ Ames National Laboratory เป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยมีลักษณะการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษา การวิจัยประยุกต์ ภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งนี้ Ames National Laboratory เป็นห้องปฏิบัติการแห่งชาติภายใต้ U.S. Department of Energy ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ ISU และมีความร่วมมือด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการวิจัยด้านวัสดุ เคมี วิทยาศาสตร์พลังงานและเทคโนโลยีที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง ISU และบริษัท John Deere ซึ่งสะท้อนรูปแบบความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในด้าน Precision Agriculture, Digital Agriculture, Automation และ Data Analytics ซึ่งสามารถเป็นแนวทางสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการเกษตรสมัยใหม่ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาให้มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
อีกทั้งในด้าน Food Innovation และ Industrial Biotechnology ได้มีการหารือกับ Dr. Dorhout ถึงศักยภาพของ Center for Crops Utilization Research (CCUR) ซึ่งเป็นศูนย์ของ ISU ที่มีความพร้อมด้านการวิจัยและพัฒนาในระดับ bench scale และ pilot scale ครอบคลุมเทคโนโลยีด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืช โดยเฉพาะข้าวโพด ซึ่งมีการเพาะปลูกในพื้นที่เป็นจำนวนมาก (ประมาณสองพันล้านบุชเชลในปีค.ศ. 2025) โดยข้าวโพดประมาณ 50% ที่ผลิตได้ในรัฐ Iowa ถูกนำไปใช้ในการผลิตเอทานอล CCUR ยังสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยจากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การทดสอบในระดับ pilot และการประยุกต์ใช้เชิงอุตสาหกรรมในการผลิตวัสดุชีวภาพและสารเคมีจำเป็นต่างๆ
อีกประเด็นสำคัญในการหารือกับ Dr. Arun Somani Senior Associate Dean and Distinguished Professor, College of Engineering คือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษา โดย ISU College of Engineering มี Dual Doctorate Degree Program ภายใต้ International Collaborative Education Programs ซึ่งรูปแบบมาตรฐานของ ISU เป็นลักษณะ 2+2 คือ นักศึกษาศึกษาและทำวิจัยประมาณ 2 ปี ณ สถาบันต้นสังกัด และอีกประมาณ 2 ปีที่ ISU โดยทั้งสองสถาบันร่วมกันกำกับดูแลการศึกษาและวิจัย และพิจารณาการเทียบโอนหน่วยกิตตามข้อตกลงระหว่างสถาบัน ในโอกาสนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการพัฒนารูปแบบนี้สำหรับนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาไทย โดยเบื้องต้นอาจให้นักศึกษาดำเนินการเรียนและวิจัยในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปี ก่อนเดินทางมาศึกษาและทำวิจัยขั้นสูงที่ ISU ในปีที่ 3 และ 4 รวมถึงการใช้ห้องปฏิบัติการการทำงานร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาจากทั้งสองสถาบัน การวิทยานิพนธ์ 1 เรื่องร่วมกัน และการเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบและสำเร็จการศึกษา ทั้งนี้ จำเป็นต้องหารือรายละเอียดร่วมกับคณะ/ภาควิชาที่เกี่ยวข้องและ ISU Graduate College เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านหน่วยกิต การพำนักเพื่อการศึกษา การทำวิจัย และเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษาของทั้งสองสถาบันต่อไป

นอกจากนี้ สำนักงานฯ ยังได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณาจารย์ชาวไทยจากสาขา Computer Science ของ ISU ได้แก่ Prof. Adisak Sukul, Prof. Wallapak Tavanapong และ Assoc. Prof. Tichakorn (Nok) Wongpiromsarn เพื่อรับฟังประสบการณ์ด้านการศึกษา การวิจัยและการทำงานในสถาบันอุดมศึกษาของสหรัฐอเมริกา ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสในการสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและสถาบันการศึกษาของไทยกับ ISU โดยเฉพาะในสาขา Computer Science, Artificial Intelligence, Data Science และ Robotics ซึ่งเป็นสาขาที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
การหารือครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสในการสำรวจแนวทางความร่วมมือที่เชื่อมโยง การศึกษา การวิจัย การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติในภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนานวัตกรรม โดยอาจต่อยอดไปสู่โครงการนำร่องด้าน Precision Agriculture, Sustainable Food Systems, Agricultural Biotechnology, Agricultural Waste Valorization และสาขาที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย โดย OHESDC จะติดตามและประสานงานกับ ISU และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมต่อไป








Comments