top of page

เหตุใด Latin America จึงถูกหมายให้เป็น “Silicon Valley” แห่งต่อไป



จากเซาเปาโลถึงซันติอาโก โบโกตาถึงบัวโนสไอเรส และมอนเตวิเดโอถึงลิมา ละตินอเมริกากำลังดึงดูดความสนใจของธุรกิจที่ต้องการใช้ความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไปสู่อีกระดับ องค์กรหลายแห่งในสหรัฐฯ ทั้งสตาร์ทอัพ บริษัทขนาดกลาง และบริษัทขนาดใหญ่ที่ก่อตั้งมายาวนาน เริ่มสังเกตเห็นความสามารถด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่มากมายในภูมิภาคทางตอนใต้ของชายแดน Google, IBM, Uber, Pinterest และ Dell เป็นเพียงไม่กี่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่ตั้งสำนักงานในละตินอเมริกา โดยตระหนักถึง “Silicon Valley” ที่กำลังขยายตัวนี้


นั่นไม่ใช่เพียงเพราะสหรัฐฯ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนผู้มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยี แม้ว่านี่จะเป็นความจริงก็ตาม แต่ธุรกิจในสหรัฐฯ เริ่มตระหนักถึงประโยชน์มากมายที่ผู้มีความสามารถด้านเทคโนโลยีในละตินอเมริกามอบให้ เช่น ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม ความสะดวกสบาย การจัดโซนเวลา และทักษะการสื่อสารที่แข็งแกร่ง


การศึกษา

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉากเทคโนโลยีของละตินอเมริกาน่าสนใจก็คือหลายประเทศในภูมิภาคนี้กำลังลงทุนในการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เช่นเม็กซิโกและบราซิล ซึ่งมีผู้ที่จบการศึกษาวิศวกรซอฟต์แวร์ประมาณ 605,000 คนในแต่ละปี นอกจากนี้ หลายประเทศกำลังแซงหน้าสหรัฐฯ ในแง่ของผู้สำเร็จการศึกษาด้านเทคโนโลยีในแต่ละกลุ่ม การลงทุนด้านการศึกษาเหล่านี้นำไปสู่ผู้มีความสามารถจำนวนมากในภูมิภาคนี้ โดยมีบุคคลจำนวนมากที่มีทักษะและคุณสมบัติที่บริษัทต่างๆ สามารถพึ่งพาความต้องการด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี


ความคิดริเริ่มของรัฐบาล

รัฐบาลทั่วละตินอเมริกาตระหนักถึงความสำคัญของการแปลงเป็นดิจิทัล จึงเป็นผู้นำในการริเริ่มเพื่อให้แน่ใจว่ามีการเข้าถึงดิจิทัลและการเชื่อมต่อในภูมิภาคของตน ตัวอย่างเช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างอเมริกา (Inter-American Development Bank) ในอาร์เจนตินา ซึ่งอนุมัติเงินกู้ 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโครงการที่จะเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ โดยเน้นที่การเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะ โปรแกรมนี้ยังพยายามหาเงินทุนสำหรับโปรแกรมการฝึกอบรมและการรับรองด้านดิจิทัลเพื่อปรับปรุงการรวมระบบดิจิทัล ด้วยการปรับปรุงการเข้าถึงทางดิจิทัล รัฐบาลกำลังวางรากฐานสำหรับบุคคลจำนวนมากขึ้น ไม่เพียงแต่ใช้ประโยชน์จากบริการและเครื่องมือออนไลน์เท่านั้น แต่ยังใช้ประโยชน์จากภาคสนามและอาจพบเส้นทางอาชีพในสายเทคโนโลยีอีกด้วย


เงินทุน

ด้วยกิจกรรมมากมายด้านเทคโนโลยีในละตินอเมริกา ผู้ร่วมทุนจึงไว้วางใจภูมิภาคนี้ด้วยการลงทุนของพวกเขา เมื่อปีที่แล้วนักลงทุน Venture Capital ทุ่มเงินประมาณ 19.5 พันล้านดอลลาร์ไปยังละตินอเมริกาตามข้อมูลของ Crunchbase ซึ่งนั่นเป็นตัวเลขที่มากกว่าสามเท่าของตัวเลขที่บันทึกในปีที่ 2564 สิ่งนี้ทำให้สตาร์ทอัพมีโอกาสสร้างและปรับขนาดบริษัทเทคโนโลยีของตน มีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลและช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับชื่อเสียงของละตินอเมริกาในฐานะซิลิคอนวัลเลย์แห่งต่อไป


 

หน่วยงานและสถาบันในละตินอเมริกาที่โดดเด่นในด้าน อววน.


National Autonomous University of Mexico (UNAM)

มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับที่ 1 ของเม็กซิโก อยู่ในอันดับที่ 5 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในลาตินอเมริกา เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล มีวิทยาเขตหลักตั้งอยู่ที่เมือง Coyoacán ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่ออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงของเม็กซิโกในศตวรรษที่ 20 และยังมีวิทยาเขตอีกหลายแห่งรอบเขตเมืองหลวง UNAM มีความเป็นเลิศในด้านการวิจัย มีสถาบัน/ศูนย์วิจัยมากกว่า 60 แห่ง มีความโดดเด่นทางด้านวิทยาศาสตร์หลายสาขา เช่น พืชและสัตว์ศาสตร์ (Plant and Animal Science) วิทยาศาสตร์อวกาศ (Space Science) นิเวศวิทยา และจุลชีววิทยา 1


Autonomous University of Nuevo León (UANL)

สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในเมืองมอนเตร์เรย์ ได้รับการจัดอันดับจากองค์กรต่างๆ ให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยของรัฐที่ดีที่สุดในเม็กซิโกและลาตินอเมริกา UANL เป็นมหาวิทยาลัยที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ประกอบด้วยวิทยาเขต 7 แห่ง ในรัฐนวยโวเลอองและยังประกอบด้วยศูนย์การวิจัยซึ่งมีนักวิจัยที่ได้รับการยอมรับระดับประเทศมากกว่า 500 คน นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการศึกษาวิจัยมากที่สุดในตะวันออกเฉียงเหนือของเม็กซิโก


Research and Technological Innovation Park of Monterrey (PITT)

อุทยานวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งของเม็กซิโก ตั้งอยู่ที่เมืองมอนเตอร์เรย์ ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วนคือ CONACYT รัฐบาลรัฐ Nuevo León และมหาวิทยาลัย 3 แห่ง คือ Autonomous University of Nuevo León, Monterrey Institute of Technology and Higher Studies และ University of Monterrey โดยต้องการให้ PITT เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในระดับภูมิภาค แหล่งเงินทุน และศูนย์รวมอุปกรณ์ที่ทันสมัย ปัจจุบันมีศูนย์วิจัยและพัฒนามากกว่า 35 แห่ง และ High-Impact Incubators 4 แห่งด้านนาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ IT และพลังงานทางเลือก

  1. Institute of Innovation and Technology Transfer (I2T2) ควบคุม High-Impact Incubators 2 แห่ง ด้านนาโนเทคโนโลยี และเทคโนโลยีชีวภาพ ให้ทุนการศึกษาและส่งเสริมการลงทุนด้านนวัตกรรม โดยในปี 2564 I2T2 ได้ลงนามความร่วมมือร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ของไทย

  2. ศูนย์ R&D ของบริษัท Metalsa (ผลิตฐานโลหะยานยนต์ มีการลงทุนในไทย) วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้รองรับน้ำหนัก มีความหยืดหยุ่น และปลอดภัยมากขึ้น

  3. ศูนย์ R&D ของบริษัท Copamex (ผลิตกระดาษ กล่อง และบรรจุภัณฑ์) วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้มีคุณสมบัติเชิงกลของวัตถุ เช่น ความแข็ง ความเหนียวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด



São Paulo Research Foundation (FAPESP)

เป็นองค์กรสนับสนุนเงินทุนระดับรัฐที่ใหญ่ที่สุดของบราซิล ที่สนับสนุนการวิจัยและการศึกษาในทุกสาขาวิชาเฉพาะภายในรัฐ São Paulo (โดยรัฐบาลกลางมีหน่วยงาน National Council for Scientific and Technological Development (CNPq)) รัฐ São Paulo กำหนดให้ร้อยละ 1 ของภาษีรายได้เข้าสู่ FAPESP เพื่อเป็นทุนสนับสนุนงานวิจัยต่างๆ โดย FAPESPได้รับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยเป็นจำนวนมหาศาลต่อปี และเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างคงที่ทำให้การพัฒนาโครงการวิจัยและพัฒนาทางด้าน วทน. สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง


National Council for Science, Technology and Innovation (CONCYTEC)

หน่วยงานสำคัญที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ทำหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและบรรทัดฐานด้าน วทน. ส่งเสริมการสร้างและถ่ายทอดความรู้ด้าน วทน. และส่งเสริมการสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ ปัจจุบัน CONCYTEC อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับโครงสร้างเพื่อจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เมื่อการจัดตั้งกระทรวงแล้วเสร็จ จะมีการลงนามความร่วมมือร่วมกับกระทรวง อว. ของไทยเพื่อจะส่งเสริมความร่วมมือและแบ่งปันแบบจำลองที่มุ่งเน้นด้าน วทน. และการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์

 

bottom of page