top of page

3 มีนาคม วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลกประจำปี 2566

3 มีนาคม วันอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก หรือ วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักให้อนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าและพันธุ์พืช


สัตว์ป่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงเผ่าพันธุ์มาตั้งแต่โบราณกาลและมีวิวัฒนาการมายาวนาน ผู้คนหลายพันล้านคนในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาได้รับประโยชน์ทุกวันจากการใช้พันธุ์สัตว์ป่าเพื่อเป็นอาหาร พลังงาน วัสดุ ยารักษาโรค การพักผ่อนหย่อนใจ แรงบันดาลใจ และส่วนสำคัญอื่นๆ อีกมากมายต่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ แต่ในปัจจุบันเมื่อมนุษย์มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น สัตว์ป่าหลายชนิดถูกล่าจนสูญพันธุ์ลงไปเรื่อยๆ และเพื่อเป็นการตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ป่าและให้คนหันมาอนุรักษ์สัตว์ป่ามากขึ้นจึงมีการกำหนดวันอนุรักษ์สัตว์ป่าโลกขึ้น


วันอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก หรือ วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก (World Wildlife Day) ตรงกับวันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี เนื่องจากเป็นวันที่ก่อตั้งภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora- CITES) เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2516 เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักให้กับกลุ่มประเทศภาคีอนุสัญญา CITES 178 ประเทศ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อประโยชน์แห่งมวลมนุษยชาติ วันดังกล่าวยังเตือนเราถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับการต่อสู้กับอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าและการลดลงของชนิดพันธุ์ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมในวงกว้าง


โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 3 มีนาคม ถูกกำหนดให้เป็นวันสัตว์ป่าโลกตามมติที่ประชุมภาคีอนุสัญญา CITES (CoP16) ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 3 ถึง 14 มีนาคม 2556 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 40 ปี ของการรับรองอนุสัญญาดังกล่าว สิ่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่วันสำคัญข้างต้นถูกพลักดันและเกิดขึ้นในประเทศไทย ดังนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะหน่วยงานกลางระดับประเทศของอนุสัญญาไซเตส (Focal Point of CITES National Authorities) จึงได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัดงานและกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันดังกล่าวต่อเนื่องเป็น ประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าและพืชป่า เพื่อให้เยาวชนและผู้ที่สนใจได้ศึกษา ซึ่งเป็นการปลูกฝังให้รักและหวงแหนธรรมชาติ นอกจากนี้ในหลายๆ จังหวัดยังได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ และการเสวนาต่างๆ ด้วย


ในปี 2566 นี้ ตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี ของการรับรองอนุสัญญา CITES โดยตลอดระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา “พันธมิตร (Partnerships)” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานอนุสัญญาประสบผลสำเร็จลุล่วงด้วยดีเสมอมา ทั้งนี้ ก็ด้วยความตั้งใจของภาคีสมาชิก (Parties) และการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ขององค์การสหประชาชาติ (UN agencies) องค์กรภาคเอกชน (private sector) องค์กรการกุศล (philanthropies) และองค์กรพัฒนาเอกชน (non-governmental organizations) ตลอดจนความร่วมมือในระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การทำให้ชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ยังคงอยู่ต่อไป ด้วยการผนึกกำลังในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่าและพืชป่าอย่างยั่งยืน รวมถึงการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายและการลดลงของประชากรสัตว์ป่าและพืชป่า ดังนั้น วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก จึงถือเป็นการเฉลิมฉลองให้กับอนุสัญญา CITES ที่เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงกลุ่มพันธมิตรทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน และสร้างการมีส่วนร่วมที่สำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชป่าและความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืน


การรักษาไว้ซึ่งกลุ่มพันธมิตรที่มีอยู่เดิมไปพร้อมกับการสร้างพันธมิตรใหม่ ล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของทุกชีวิตบนโลก ความเป็นอยู่ของมนุษยชาติในฐานะชนิดพันธุ์หนึ่งนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของจำนวนประชากรสัตว์ป่าและพืชป่า และความเฟื่องฟูของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะช่วยค้ำจุนให้โลกใบนี้มีสุขภาวะที่ดีและเป็นแหล่งพึ่งพิงให้ทุกชีวิตต่อไป การที่จะเป็นเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องอาศัยความพยายามในการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วน อันเป็นการเปิดโอกาสกับผู้คนที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น และนี่จึงเป็นสิ่งที่วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก ประจำปี 2566 ต้องการมุ่งเน้นและเป็นที่มาของแนวคิดหลัก (Theme) ประจำปีที่ว่า “Partnerships for Wildlife Conservation”


Artwork created by Xavi Reñé



รู้หรือไม่

  • สัตว์ป่า 50,000 สายพันธุ์ตอบสนองความต้องการหลายพันล้านทั่วโลก

  • ผู้คน 1 ใน 5 ทั่วโลกพึ่งพาสัตว์ป่าเพื่อหารายได้และอาหาร ขณะที่ผู้คน 2.4 พันล้านคนพึ่งพาเชื้อเพลิงฟืนในการปรุงอาหาร

  • กระบองเพชร สาหร่ายทะเล ยีราฟ นกแก้ว และต้นโอ๊กเป็นกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ โดยขณะนี้มีหนึ่งล้านชนิดที่อยู่ภายใต้การคุกคาม


 

bottom of page