Artemis II ภารกิจสู่ดวงจันทร์ในรอบ 50 ปี
- 1 day ago
- 2 min read
โครงการอาร์เทมิส (Artemis) เป็นความพยายามขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐฯ (National Aeronautics and Space Administration หรือ NASA) ในการส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ และสร้างการตั้งถิ่นฐานระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจไปยังดาวอังคารในอนาคต โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจาก NASA ในปี 2017 โดยใช้จรวด Space Launch System (SLS) และOrion Spacecraft เป็นระบบขนส่งหลัก และมีเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการนำมนุษย์ไปลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ (Moon's south pole) เรียนรู้การอยู่อาศัยและทำงานบนดวงจันทร์ และทดสอบเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการสำรวจอวกาศลึก NASA ระบุว่า Artemis เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวในการกลับไปยังดวงจันทร์และสร้างการตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืน
ภารกิจสำคัญของโครงการ Artemis คือ
Artemis I เป็นการทดสอบแบบบูรณาการครั้งแรกของ NASA สำหรับจรวด Space Launch System (SLS) และยานอวกาศ Orion โดยเป็นภารกิจแบบไร้มนุษย์ในปี 2022 และถือเป็นภารกิจเปิดตัวของโครงการ Artemis ภารกิจนี้ปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2022 ใช้เวลาประมาณ 25 วัน เดินทางรอบดวงจันทร์ และกลับสู่โลกด้วยการลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมเก็บข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจที่มีนักบินอวกาศในอนาคต ภารกิจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อพิสูจน์ว่ายาน Orion และจรวด SLS สามารถทำงานร่วมกันในอวกาศลึก และสามารถเดินทางไป-กลับดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัย NASA ระบุว่า Artemis I เป็นการทดสอบระบบต่าง ๆ ที่จะใช้สนับสนุนนักบินอวกาศในภารกิจถัดไป โดยสิ่งที่ภารกิจ Artemis I ทำได้คือการปล่อยจรวดจากศูนย์อวกาศ Kennedy Space Center การเดินทางไกลกว่าดวงจันทร์และเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ และกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยหลังจากบรรลุเป้าหมายการทดสอบ ภารกิจ Artemis I แสดงให้เห็นว่า NASA สามารถส่งระบบสำรวจอวกาศลึกชุดใหม่ไปปฏิบัติภารกิจระยะไกลรอบดวงจันทร์ได้สำเร็จ แต่ก็ยังพบประเด็นทางวิศวกรรมบางอย่างที่ต้องปรับปรุง ซึ่ง NASA ได้นำไปพัฒนาต่อก่อนภารกิจ Artemis II ที่มีมนุษย์โดยสาร ทั้งนี้ Artemis I ถือเป็นรากฐานสำคัญของโครงการสำรวจดวงจันทร์ในระยะยาว
Artemis II เป็นภารกิจแรกที่มีนักบินอวกาศ โดยเป็นการบินผ่านดวงจันทร์ประมาณ 10 วัน พร้อมนักบินอวกาศได้แก่ Reid Wiseman Victor Glover Christina Koch และ Jeremy Hansen โดยเริ่มภารกิจเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา
Artemis III และภารกิจถัดไป (IV และ V) มีเป้าหมายสนับสนุนการปฏิบัติงานบนพื้นผิวดวงจันทร์ โดย NASA ได้ปรับแผนโครงสร้างภารกิจในปี 2026 เพื่อเพิ่มความถี่ของภารกิจและเพิ่มจำนวนการลงจอดในอนาคต
โครงการ Artemis II
Artemis II เป็นภารกิจบินเฉียดดวงจันทร์ (Lunar Flyby) แบบมีนักบินอวกาศ ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 1–11 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา นับเป็นการบินแบบมีมนุษย์ออกไปเกินวงโคจรต่ำของโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ยาน Apollo 17 ในปี 1972 นักบินอวกาศประกอบด้วย Commander Reid Wiseman, Pilot Victor Glover และ Mission Specialist Christina Koch จาก NASA พร้อมด้วย Mission Specialist Jeremy Hansen จากองค์การอวกาศแคนาดา (Canada Space Agency - CSA) โดยยาน Orion ได้รับการตั้งชื่อว่า "Integrity"
ในระหว่างภารกิจ 10 วัน นักบินอวกาศได้สร้างสถิติใหม่ในการเดินทางไกลที่สุดจากโลก โดยห่างจากโลก 252,756 ไมล์ หรือ 406,771 กิโลเมตรในจุดที่ไกลที่สุด ซึ่งมากกว่าที่วางแผนไว้ในปี 2023 ระบุไว้ โดย NASA ได้จัดทำแผนผังลำดับเหตุการณ์ของภารกิจและเผยแพร่ตั้งแต่ มกราคม 2023 และอธิบาย trajectory ที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับภารกิจที่เกิดขึ้นจริงในเดือนเมษายน 2026 มีทั้งส่วนที่ตรงและส่วนที่เปลี่ยนไปจากแผน โดยส่วนที่เปลี่ยนไปจากแผน ได้แก่
การ reentry แผนที่ปี 2023 วาดไว้ว่าจะใช้ skip reentry แบบเต็ม (ดิ่งลง→ เด้งขึ้น → ดิ่งลงอีกครั้ง)ซึ่งเป็นแบบเดียวกับ Apollo และ Artemis I แต่ หลังจากพบความเสียหายของ heat shield อย่างไม่คาดคิดจากภารกิจ Artemis I NASA จึงเปลี่ยนมาใช้ direct entry trajectory ที่ชันกว่า เพื่อลดระยะเวลาที่ยานอยู่ในสภาวะความร้อนสูง
ระยะบินเฉียดดวงจันทร์ ตามแผนที่ระบุ 4,600 ไมล์ (7,400 กม.) จากดวง
จันทร์ แต่ภารกิจจริง ยานบินผ่านด้านหลังดวงจันทร์ที่ระดับความสูงประมาณ 10,000 กม.
ยกเลิก manual control test การทดสอบการควบคุมที่วางแผนไว้ในวันที่
8 ถูกยกเลิก เพื่อให้วิศวกรทำการทดสอบระบบขับดันและเก็บข้อมูลจาก helium leak ใน European Service Module แทน
จุด splashdown ไม่ตรงกัน โดยแผนที่เดิมวางไว้ที่มหาสมุทรแปซิฟิกทาง
ตะวันตก แต่จุด splashdownจริงอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยน reentry trajectory
สามารถอ่านหัวข้ออื่นๆ ได้ที่ วารสารข่าวอุดมวิทย์ฉบับเดือนเมษายน 2569

สามารถติดตามวารสารข่าวรายเดือนได้จาก https://www.ohesdc.org/utmostsciences




Comments