top of page

สารให้ความหวานเทียมมีอิทธิพลเชิงลบต่อระบบเผาผลาญและจุลินทรีย์ในลำไส้ จนถึงระดับยีน

  • 5 days ago
  • 1 min read

ในยุคที่คนพยายามหลีกเลี่ยงน้ำตาลเพื่อควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง สารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงาน (Non-Nutritive SweetenersNNSs) เช่น ซูคราโลสและหญ้าหวาน จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญยังคงอยู่คือสารเหล่านี้ปลอดภัยจริงหรือไม่ หรืออาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในรูปแบบที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะในระยะยาว

การบริโภคน้ำตาลในปริมาณสูง ร่างกายต้องเผชิญกับภาวะความเครียดจากเมตาบอลิซึม (metabolic stress) และการอักเสบที่พุ่งสูงสลับกับช่วงที่สารสำคัญอย่างกรดไขมันสายสั้น (Short chain fatty acidsSCFAs) ซึ่งมีบทบาทต่อสุขภาพลำไส้และภูมิคุ้มกันถูกผลิตในปริมาณน้อยลง แม้สารให้ความหวานเทียมจะถูกพัฒนาเพื่อลดผลกระทบเหล่านี้ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์กลับยังไม่ชัดเจนว่ามันช่วยแก้ปัญหาได้ หรือเพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบของความเสี่ยงเท่านั้น


นักมานุษยวิทยาชีวภาพ (biological anthropologist) จาก University of Chile ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจว่า แม้การบริโภคสารให้ความหวานจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการเกิดโรคอ้วนและความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม เช่น ภาวะดื้อต่ออินซูลิน กลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วย สิ่งนี้นำไปสู่คำถามสำคัญว่า สารเหล่านี้อาจมีผลกระทบเชิงลึกต่อระบบชีวภาพของมนุษย์มากกว่าที่เข้าใจ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Nutrition ได้พยายามตอบคำถามดังกล่าว โดยศึกษาผลของซูคราโลสและหญ้าหวานในหนูทดลอง นักวิจัยแบ่งหนูออกเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับน้ำเปล่า กลุ่มที่ได้รับซูคราโลส และกลุ่มที่ได้รับหญ้าหวาน ในปริมาณเทียบเท่าการบริโภคของมนุษย์ เป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ จากนั้นจึงศึกษาผลกระทบต่อเนื่องไปยังรุ่นลูก (F1) และรุ่นหลาน (F2) ซึ่งไม่ได้รับสารให้ความหวานเหล่านี้เลย

ผลการศึกษาพบว่า สารให้ความหวานทั้งสองชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงระบบชีวภาพของร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านจุลินทรีย์ในลำไส้และการแสดงออกของยีน หนูรุ่นพ่อแม่ (F0) ที่ได้รับสารให้ความหวานมีระดับ SCFAs ลดลง และลักษณะนี้ถูกถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกและหลาน สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม ในระดับพันธุกรรม นักวิจัยพบการเปลี่ยนแปลงของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญและการอักเสบ ได้แก่ Srebp1 Tlr4 และ Tnf โดยเฉพาะในกลุ่มซูคราโลส พบการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงบางส่วนยังคงปรากฏต่อเนื่องไปถึงรุ่นลูกหลาน แม้ว่าหนูรุ่นหลังจะไม่เคยได้รับสารเหล่านี้เลยก็ตาม ในทางตรงกันข้าม หญ้าหวานมีผลกระทบที่น้อยกว่า และไม่พบการถ่ายทอดผลกระทบเกินกว่าหนึ่งรุ่น

นอกจากนี้ ยังพบว่าการตอบสนองต่อระดับน้ำตาลในเลือดของหนูรุ่นลูกและหลาน โดยเฉพาะเพศผู้ในกลุ่มซูคราโลส เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แม้รุ่นพ่อแม่จะไม่แสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนก็ตาม สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบบางอย่างอาจไม่ปรากฏทันที แต่สามารถแฝงตัวและแสดงออกในรุ่นถัดไป

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่าผลการศึกษานี้ไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าสารให้ความหวานเป็นสาเหตุของโรคเมตาบอลิซึม แต่เป็นการเปิดประเด็นสำคัญว่า สารเหล่านี้อาจมีอิทธิพลต่อระบบเผาผลาญและจุลินทรีย์ในลำไส้ในลักษณะที่ยังไม่เข้าใจอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะในมิติของ “ผลกระทบข้ามรุ่น” ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลไกทางอีพีเจเนติกส์ (epigenetics) ที่มา: Artificial Sweeteners Leave a Multigenerational Mark on the Gut and Genes, https://www.the-scientist.com/artificial-sweeteners-leave-a-multigenerational-mark-on-the-gut-and-genes-74334


สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน

Office of Higher Education, Science, Research and Innovation
Royal Thai Embassy, Washington D.C.

2025 All Rights Reserved
+1 (202) 944-5200
ost@thaiembdc.org
facebook.com/ohesdc

 
1024 Wisconsin Ave. NW Suite 104,
Washington D.C 20007
bottom of page