top of page

Nobel prize รางวัลแด่ผู้สร้างคุณประโยชน์สูงสุดแก่มวลมนุษยชาติ

  • Writer: OST Washingtondc
    OST Washingtondc
  • Dec 30, 2025
  • 2 min read

ความเป็นมาของรางวัลโนเบล

รางวัลโนเบลถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1895 โดยอัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel) นักเคมี วิศวกร และนักประดิษฐ์ชาวสวีเดน ผู้มีชื่อเสียงจากการคิดค้นระเบิดไดนาไมต์ โดยตามพินัยกรรมของอัลเฟรด โนเบล นั้นมีเจตนาที่จะมอบทรัพย์มรดกส่วนใหญ่เพื่อการจัดตั้งรางวัลโนเบลให้แก่นักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน และนักการทูต ผู้ซึ่งผลงานในปีที่ผ่านมาได้สร้าง "คุณประโยชน์สูงสุดแก่มวลมนุษยชาติ (the greatest benefit to humankind)" แต่ครอบครัวของอัลเฟรด โนเบลแสดงการคัดค้านต่อการจัดตั้งรางวัลนี้ ทำให้ต้องใช้เวลาถึงห้าปีกว่าจะสามารถมอบรางวัลโนเบลครั้งแรกได้ในปี ค.ศ. 1901 

          อัลเฟรด โนเบลมีความสนใจอย่างลึกซึ้งในศาสตร์ด้านฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ และวรรณกรรม ซึ่งเป็นสี่ใน

ห้าสาขาแรกของรางวัลโนเบล ส่วนสาขาที่ห้าคือสาขาสันติภาพ เชื่อกันว่าได้รับแรงบันดาลใจจากมิตรภาพอันแน่นแฟ้นกับ Bertha von Suttner นักสันติวิธีชาวออสเตรีย ต่อมาในปี ค.ศ. 1968 ธนาคารกลางสวีเดนได้จัดตั้งรางวัลสาขาเศรษฐศาสตร์ขึ้นเพิ่มเติม เพื่อเป็นเกียรติแก่อัลเฟรด โนเบล ปัจจุบันรางวัลแต่ละสาขามีมูลค่า 11 ล้านคราวน์สวีเดน หรือประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 


อัลเฟรด โนเบล (ค.ศ. 1833–1896) นักเคมีและวิศวกรชาวสวีเดน

(credit: Hulton-Deutsch Collection, Corbis, Getty)



ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลถึงสองครั้ง


มารี กูรี (Marie Curie) University of Paris/Sorbonne, Director, Curie Laboratory, Radium Institute, Paris, France

นักฟิสิกส์และนักเคมีชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์  

ในปี ค.ศ. 1903 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกับ ปิแอร์ กูรี (Pierre Curie) และอ็องรี เบ็กเคอเรล (Henri Becquerel) จากการวิจัยบุกเบิกเกี่ยวกับกัมมันตรังสี (radioactivity) ซึ่งเป็นคำที่มารี กูรีเป็นผู้บัญญัติ รางวัลนี้เป็นการยกย่องทั้งการค้นพบกัมมันตรังสีและความก้าวหน้าในการวัดและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ดังกล่าว

ในปี ค.ศ. 1911 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีจากการค้นพบธาตุโพลอเนียม (Polonium) และเรเดียม

(Radium) การพัฒนาวิธีการแยกเรเดียมและการศึกษาคุณสมบัติ ผลงานเหล่านี้ได้วางรากฐานให้กับฟิสิกส์นิวเคลียร์และการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสี


ไลนัส พอลิง (Linus Pauling) California Institute of Technology (Caltech), Pasadena, California, USA

นักเคมีและนักกิจกรรมสันติภาพชาวอเมริกัน

ในปี ค.ศ. 1954 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีจากการวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของพันธะเคมี ซึ่งช่วยยกระดับความเข้าใจเรื่องโครงสร้างโมเลกุลทั้งในเคมีและชีววิทยา

ในปี ค.ศ. 1962 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเพียงผู้เดียว จากการรณรงค์ต่อต้านการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และการสนับสนุนการลดอาวุธทั่วโลก ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดสนธิสัญญาห้ามการทดสอบบางส่วน (Partial Test Ban Treaty)


จอห์น บาร์ดีน (John Bardeen) Bell Labs, New Jersey, USA (1956), University of Illinois at Urbana–Champaign, Illinois, USA (1972)

วิศวกรไฟฟ้าและนักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน

ในปี ค.ศ. 1956 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกับ วิลเลียม ช็อคลีย์ (William Shockley) และวอลเตอร์ แบรตเทน (Walter Brattain) จากการประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ที่ห้องทดลองเบล ซึ่งปฏิวัติวงการอิเล็กทรอนิกส์และปูทางสู่ยุคดิจิทัล

ในปี ค.ศ. 1972 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกับ ลีออน คูเปอร์ (Leon Cooper) และจอห์น โรเบิร์ต ชรีฟเฟอร์ (John Robert Schrieffer) ได้รับรางวัลจากทฤษฎี Bardeen-Cooper-Schrieffer (BCS) เกี่ยวกับสภาพตัวนำยวดยิ่ง (superconductivity) ซึ่งอธิบายว่าทำไมวัสดุบางชนิดสามารถนำไฟฟ้าโดยไม่มีความต้านทานที่อุณหภูมิต่ำมาก


เฟรเดอริก แซงเจอร์ (Frederick Sanger) University of Cambridge, Cambridge, UK

นักชีวเคมีชาวอังกฤษ

ในปี ค.ศ. 1958 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีจากการศึกษาโครงสร้างของโปรตีน โดยเฉพาะการหาลำดับกรดอะมิโนของอินซูลิน ซึ่งพิสูจน์ว่าโปรตีนมีการจัดเรียงโมเลกุลเฉพาะตัว

ในปี ค.ศ. 1980 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีร่วมจากการพัฒนาวิธีการหาลำดับดีเอ็นเอ (DNA sequencing) ที่แม่นยำและรวดเร็ว ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของโครงการจีโนมมนุษย์ (Human Genome Project)



แบร์รี ชาร์เพลส (Barry Sharpless) Scripps Research, La Jolla, California, USA

นักเคมีชาวอเมริกัน

ในปี ค.ศ. 2001 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีจากการวิจัยปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงไครัล (chirally catalyzed oxidation reactions) ซึ่งมีความสำคัญต่อการผลิตยา

ในปี ค.ศ. 2022 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีร่วมจากการพัฒนา Click chemistry และ Bioorthogonal chemistry ซึ่งเป็นวิธีการเชื่อมต่อโมเลกุลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ปัจจุบันถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการค้นคว้ายาและชีวเคมี


จำนวนผู้ได้รับรางวัลโนเบล




          ตั้งแต่ปี 1901-2025 ประเทศสหรัฐอเมริกามีผู้ได้รับรางวัลโนเบลมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยมีจำนวนผู้ได้รับรางวัลทั้ง 5 สาขารวม 428 รางวัล (425 คน) ในจำนวนนี้เป็นชาวอเมริกันโดยกำเนิดประมาณ 71 % และประมาณ 29 % เป็นผู้มาจากประเทศอื่น ซึ่งเป็นสถิติที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีนโยบายและระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยให้สามารถดึงดูดนักวิจัยจากต่างประเทศให้เข้ามาทำงานในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

          สำหรับในปี 2025 นั้น University of California (UC) มีคณาจารย์และศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลโนเบลรวมห้ารางวัล สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลางในการผลักดันงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงเครือข่ายของมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยที่ให้การสนับสนุนด้วย ทำให้ในปัจจุบัน UC มีคณาจารย์ที่ได้รับรางวัลโนเบลรวม 75 รางวัล อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรางวัลโนเบลที่มีคณาจารย์ถึงสี่คนจากสถาบันเดียวกันได้รับรางวัลในปีเดียวกัน ในปี 2025 นี้ งานรับรางวัลโนเบลซึ่งมอบโดย H.M. King Carl XVI Gustaf ได้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ณ หอประชุม Konserthuset กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน



พิธีรับรางวัลโนเบลจาก H.M. King Carl XVI Gustaf (ขวา) เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ณ หอประชุม Konserthuset กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

© Nobel Prize Outreach. Photo: Nanaka Adachi



สามารถอ่านหัวข้ออื่นๆ ได้ที่ วารสารข่าวอุดมวิทย์ฉบับเดือนธันวาคม 2568






















สามารถติดตามวารสารข่าวรายเดือนได้จาก https://www.ohesdc.org/utmostsciences

Comments


สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน

Office of Higher Education, Science, Research and Innovation
Royal Thai Embassy, Washington D.C.

2025 All Rights Reserved
+1 (202) 944-5200
ost@thaiembdc.org
facebook.com/ohesdc

 
1024 Wisconsin Ave. NW Suite 104,
Washington D.C 20007
bottom of page