top of page

ความคืบหน้าของโครงการ Artemis III

  • 6 days ago
  • 1 min read

หลังจากการทดสอบบินรอบดวงจันทร์ของภารกิจ Artemis II ประสบความสำเร็จไปแล้ว  NASA ได้ทำการเคลื่อนย้าย Core Stage หรือส่วนแกนกลางหลักซึ่งเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของจรวด SLS ที่จะใช้ส่งภารกิจอาร์เทมิส 3 (Artemis III) พร้อมนักบินอวกาศในปี 2027 โดยส่วนประกอบนี้ได้ออกจากโรงประกอบมิชูด (Michoud Assembly Facility) ในเมืองนิวออร์ลีนส์ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 เพื่อขนส่งไปยังศูนย์อวกาศเคนเนดีในรัฐฟลอริดา ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญภายใต้โครงการ Artemis กำลังจะเกิดขึ้น

วิศวกรได้ใช้ยานพาหนะขนส่งพิเศษเคลื่อนย้ายส่วนประกอบ 4 ใน 5 ส่วนบนของ Core Stage ซึ่งประกอบด้วยถังไฮโดรเจนเหลว ถังออกซิเจนเหลว ส่วนเชื่อมต่อถัง และส่วนหัวจรวด จากภายในโรงประกอบไปยังเรือบรรทุกพีกาซัส (Pegasus) เพื่อส่งไปยังศูนย์อวกาศเคนเนดี เมื่อไปถึง ทีมงานจะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์และประกอบในแนวตั้ง โดยเจ้าหน้าที่ส่วนระบบภาคพื้นดินเพื่อการสำรวจ (Exploration Ground Systems) จะรับหน้าที่ติดตั้งส่วนประกอบต่าง ๆ ของจรวดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการยิงจรวดนี้ต่อไป

ส่วนแกนกลางที่สมบูรณ์จะมีความสูง 212 ฟุต ประกอบด้วยส่วนบน 4 ใน 5 ของจรวดรวมเข้ากับส่วนเครื่องยนต์ โดยถังเชื้อเพลิงทั้งสองจะบรรจุเชื้อเพลิงเหลวเย็นจัดรวมกว่า 733,000 แกลลอน เพื่อใช้ขับเคลื่อนเครื่องยนต์ RS-25 จำนวน 4 เครื่อง ในระหว่างการยิง แกนกลางนี้จะทำงานนานกว่า 8 นาที ให้แรงดันมหาศาลกว่า 2 ล้านปอนด์ เพื่อส่งนักบินอวกาศในยานโอไรออนขึ้นสู่วงโคจร การสร้างและขนส่งนี้เป็นความร่วมมือของสองบริษัทคู่สัญญารายใหญ่ คือ Boeing (รับผิดชอบการออกแบบและประกอบ) และ L3Harris Technologies (ผู้ผลิตเครื่องยนต์ RS-25) ซึ่งจากการประกาศล่าสุดของ Jared Isaacman ผู้บริหาร NASA ได้ช่วยให้หน่วยงานสามารถปรับโครงสร้างจรวด SLS ให้เป็นมาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเร่งกระบวนการผลิตเพื่อขับเคลื่อนโครงการ Artemis ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ภารกิจ Artemis III ในปีหน้า จะมีการส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่วงโคจรโลกด้วยยาน Orion ยอดจรวด SLS เพื่อทดสอบการนัดพบและเชื่อมต่อ (rendezvous and docking capabilities) ระหว่างยานโอไรออนกับยานอวกาศเชิงพาณิชย์ ซึ่งจำเป็นสำหรับการลงจอดของนักบินอวกาศในภารกิจอาร์เทมิส 4 (Artemis IV) ปี 2028 ทั้งนี้ จรวด SLS ของ NASA เป็นจรวดเพียงชนิดเดียวในโลกที่มีขีดความสามารถในการส่งยาน Orion นักบินอวกาศ และเสบียงไปยังดวงจันทร์ได้ในการยิงเพียงครั้งเดียว

ในยุคทองแห่งนวัตกรรมและการสำรวจนี้ NASA จะส่งนักบินอวกาศ Artemis ไปปฏิบัติภารกิจที่มีความยากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสำรวจดวงจันทร์ในเชิงวิทยาศาสตร์ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสร้างการอยู่อาศัยของมนุษย์บนดวงจันทร์อย่างถาวรและยั่งยืน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารเป็นครั้งแรกในอนาคต


ที่มา:

Comments


สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน

Office of Higher Education, Science, Research and Innovation
Royal Thai Embassy, Washington D.C.

2025 All Rights Reserved
+1 (202) 944-5200
ost@thaiembdc.org
facebook.com/ohesdc

 
1024 Wisconsin Ave. NW Suite 104,
Washington D.C 20007
bottom of page