top of page

การเข้าพบหารือและเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้านชีวกลศาสตร์ ณ University of Nebraska at Omaha

1 day ago
2 min read


เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายฐิติเดช ตุลารักษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) พร้อมด้วย ดร. ศิริพร เต่าแก้ว เจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาฯ สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ได้เข้าพบหารือกับคณะผู้บริหารและคณาจารย์จาก University of Nebraska at Omaha (UNO) ณ เมือง Omaha รัฐ Nebraska นำโดย Dr. Neal Grandgenett, Dean, College of Education, Health, and Human Sciences (CEHHS), Dr. Nikolaos Stergiou, Assistant Dean and Director, Division of Biomechanics and Research Development, CEHHS, Dr. Adam B. Rosen, Associate Professor and Director, School of Health and Kinesiology และ Dr. Andrea Stiefvater, Associate Vice Chancellor for Global Engagement พร้อมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้านชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) และ วิทยาศาสตร์สุขภาพและการเคลื่อนไหว (Health and Kinesiology) รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Chancellor Dr. Joanne Li, Senior Vice Chancellor Dr. Phil He และคณะผู้บริหารจากวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาเกี่ยวกับศักยภาพด้านการศึกษาและการวิจัย ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของไทยกับ UNO



สำนักงานฯ ได้เยี่ยมชมและรับฟังการนำเสนอเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของภาควิชาชีวกลศาสตร์ (Department of Biomechanics) และสำนักวิชาสุขภาพและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว (School of Health and Kinesiology: H&K) ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญภายใต้วิทยาลัยครุศาสตร์ สุขภาพและมนุษยศาสตร์ (College of Education, Health, and Human Sciences) โดยทั้งสองหน่วยงานมีการบูรณาการด้านการเรียนการสอนและการวิจัยในลักษณะสหวิทยาการ ครอบคลุมการศึกษาการเคลื่อนไหวของมนุษย์ การป้องกันการบาดเจ็บ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพทางการกีฬา สรีรวิทยาการออกกำลังกาย สุขภาพและการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

ด้านการวิจัย Department of Biomechanics มีการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา ได้แก่ ชีววิทยา สรีรวิทยา กายวิภาคศาสตร์ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์คลินิก เพื่อศึกษาการทำงานและการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ทั้งในภาวะปกติและภาวะที่เกิดความผิดปกติ รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อประยุกต์ใช้ด้านการแพทย์ สุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ป่วย หุ่นยนต์ อวัยวะเทียม กีฬาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ งานวิจัยของ UNO ยังครอบคลุมชีวกลศาสตร์การเคลื่อนไหวของมนุษย์ (human movement biomechanics) การฟื้นฟูสมรรถภาพและการเคลื่อนไหว (rehabilitation and mobility) เวชศาสตร์การกีฬาและการป้องกันการบาดเจ็บ (sports medicine and injury prevention) ชีวกลศาสตร์ระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular biomechanics) สรีรวิทยาการออกกำลังกาย (exercise physiology) และกิจกรรมทางกายและสุขภาพ (physical activity and health) โดยมีการเชื่อมโยงงานวิจัยระหว่าง Department of Biomechanics และ School of Health and Kinesiology ตั้งแต่การศึกษากลไกการเคลื่อนไหวไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการประยุกต์ใช้ในบริบททางคลินิก

UNO มีอาคารวิจัยด้านชีวกลศาสตร์ (Biomechanics Research Building) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการวิจัยชีวกลศาสตร์และเป็นที่ตั้งของ Department of Biomechanics, ศูนย์วิจัยความแปรผันของการเคลื่อนไหวของมนุษย์ (Center for Research in Human Movement Variability: MOVCENTR) และศูนย์วิจัยชีวกลศาสตร์ระบบหัวใจและหลอดเลือด (Center for Cardiovascular Research in Biomechanics) โดยมีห้องปฏิบัติการสำหรับศึกษาการเคลื่อนไหว เช่น การเดินและการทรงตัว ด้วยการใช้ระบบบันทึกและวิเคราะห์การเคลื่อนไหว (motion capture) แผ่นวัดแรง (force platforms) ลู่วิ่งสำหรับการวัดและวิเคราะห์การเคลื่อนไหว (instrumented treadmill) นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการวิจัยด้านเนื้อเยื่อและชีวกลศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยี virtual reality และ การพิมพ์สามมิติ (3D printing) ซึ่งสนับสนุนการวิจัยตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการประยุกต์ใช้ทางคลินิก

UNO ยังมีศูนย์ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science Collaborative: HSC) ซึ่งเปิดดำเนินการในภาคการศึกษาฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ. 2025 ภายในอาคารสุขภาพและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว (Health & Kinesiology Building) มีพื้นที่มากกว่า 30,000 ตารางฟุต ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการวิจัย พื้นที่สำหรับการเรียนการสอนและพื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภายนอก โดยมีห้องปฏิบัติการชีวกลศาสตร์การขว้างลูกบอล (UNO Pitching Lab) เพื่อประเมินการเคลื่อนไหวของนักกีฬาและสนับสนุนการวิจัยด้านสมรรถภาพ สุขภาพ และการป้องกันการบาดเจ็บ ในโอกาสนี้ สำนักงานฯ ยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนางานวิจัยที่เชื่อมโยงชีวกลศาสตร์กับสุขภาพและการฟื้นฟูสมรรถภาพ อาทิ การศึกษาการเดินและการทรงตัวโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ การลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม การฟื้นฟูนักกีฬาและผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวและการศึกษาผลของการออกกำลังกายต่อสุขภาพ

ศักยภาพของ UNO สามารถเชื่อมโยงกับประเด็นที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย ได้แก่ วิทยาศาสตร์สุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ สังคมสูงวัย วิทยาศาสตร์การกีฬา กิจกรรมทางกาย เทคโนโลยีทางการแพทย์ (medical technology) และการวิจัยเพื่อการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ (translational research) โดยอาจมีความร่วมมือในรูปแบบการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัย การทำวิจัยร่วม การพัฒนาหลักสูตร การใช้ประโยชน์จากห้องปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันอุดมศึกษาไทยกับนักวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ UNO ต่อไป




Comments


สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน

Office of Higher Education, Science, Research and Innovation
Royal Thai Embassy, Washington D.C.

2025 All Rights Reserved
+1 (202) 944-5200
ost@thaiembdc.org
facebook.com/ohesdc

 
1024 Wisconsin Ave. NW Suite 104,
Washington D.C 20007
bottom of page